ประวัติกีต้าร์โปร่ง ความเป็นมากีต้าร์โปร่งจากอดีตสู่ยุคปัจจุบัน

Acoustic Guitar History

หากพูดถึงเครื่องดนตรีสากลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เชื่อว่า "กีต้าร์โปร่ง" (Acoustic Guitar) จะต้องเป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน ด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ความสะดวกในการพกพา และไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้า ทำให้กีต้าร์โปร่งกลายเป็นเพื่อนคู่ใจของนักดนตรีและผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลงมาทุกยุคทุกสมัย แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า เครื่องดนตรีไม้ที่มีสาย 6 เส้นนี้ มีความเป็นมาอย่างไร?

1. รากเหง้าอันยาวนาน: บรรพบุรุษของกีต้าร์

ประวัติศาสตร์ของกีต้าร์นั้นยาวนานกว่าหลายพันปี โดยมีรากศัพท์มาจากคำว่า "Gitara" ในภาษาสเปน และพัฒนามาจากเครื่องดนตรีโบราณหลายชนิด เช่น Lute ของชาวอาหรับ และ Oud ซึ่งถูกนำเข้ามาในทวีปยุโรปผ่านทางประเทศสเปนในช่วงยุคกลาง

ในช่วงศตวรรษที่ 15-16 เครื่องดนตรีตระกูลกีต้าร์เริ่มมีรูปร่างที่ชัดเจนขึ้น เช่น Vihuela ในสเปน ซึ่งมีลักษณะแบนและมีส่วนเว้าส่วนโค้งคล้ายกีต้าร์ในปัจจุบัน

2. จุดเปลี่ยนสู่ยุค "กีต้าร์คลาสสิก" สไตล์สเปน

ช่วงศตวรรษที่ 19 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อช่างทำกีต้าร์ชาวสเปนชื่อ Antonio de Torres Jurado ได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งกีต้าร์สมัยใหม่" เขาได้ทำการออกแบบและพัฒนาโครงสร้างภายในตัวกีต้าร์ (Fan bracing) ขยายขนาดลำตัวให้ใหญ่ขึ้น และกำหนดสัดส่วนมาตรฐาน ทำให้เสียงของกีต้าร์มีความกังวานและมีพลังมากขึ้น ซึ่งรูปแบบนี้เองที่เป็นต้นแบบของ "กีต้าร์คลาสสิก" ในปัจจุบัน

3. การกำเนิด "กีต้าร์โปร่งสายเหล็ก" (Steel-String Acoustic Guitar)

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ดนตรีแนวโฟล์ค คันทรี และบลูส์เริ่มได้รับความนิยมสูงในสหรัฐอเมริกา นักดนตรีต้องการกีต้าร์ที่มีเสียงดังและพุ่งทะลุทะลวงมากกว่าเดิมเพื่อสู้กับเสียงเครื่องดนตรีอื่นๆ ในวง

นี่จึงเป็นจุดกำเนิดของ "กีต้าร์โปร่งสายเหล็ก" โดยบริษัทผู้ผลิตกีต้าร์ชื่อดังอย่าง Martin Guitar ได้เริ่มคิดค้นและนำสายโลหะมาใช้แทนสายเอ็นหรือสายไนลอน รวมถึงการเสริมโครงสร้างภายใน (X-bracing) ให้แข็งแรงขึ้นเพื่อรองรับแรงดึงที่สูงของสายเหล็ก ส่งผลให้เกิดเสียงที่ใสคมชัดและกังวาน ซึ่งเป็นเสียงกีต้าร์โปร่งแบบที่เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน

"การเปลี่ยนจากสายไนลอนมาเป็นสายเหล็ก ไม่เพียงแต่เปลี่ยนโทนเสียงของกีต้าร์ แต่ยังเปลี่ยนทิศทางของดนตรีสากลไปตลอดกาล กลายเป็นหัวใจสำคัญของดนตรีโฟล์คและคันทรีอเมริกัน"

4. ยุคทองและการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง

เข้าสู่ช่วงกลางถึงปลายศตวรรษที่ 20 แบรนด์ผู้ผลิตกีต้าร์ระดับโลกหลายเจ้าได้ถือกำเนิดและแข่งขันกันพัฒนา นอกเหนือจาก Martin แล้ว ก็ยังมีแบรนด์อย่าง Gibson, Taylor, และ Fender ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์รูปทรงกีต้าร์ที่หลากหลาย เช่น ทรง Dreadnought, ทรง Auditorium และทรง Jumbo เพื่อตอบสนองความต้องการของนักดนตรีที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ ในยุคหลังยังมีการติดตั้งภาคไฟฟ้า (Pickup) ลงในกีต้าร์โปร่ง กลายเป็น Electro-Acoustic Guitar ที่สามารถเสียบแอมป์เล่นบนเวทีใหญ่ๆ ได้ โดยยังคงรักษาความเป็นธรรมชาติของเสียงโปร่งเอาไว้ได้

สรุป

จากเครื่องดนตรีโบราณในยุคกลาง สู่ภูมิปัญญาของช่างชาวสเปน และการต่อยอดในสหรัฐอเมริกา จนกลายมาเป็น "กีต้าร์โปร่ง" ในยุคปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่าเครื่องดนตรีชิ้นนี้ไม่เคยหยุดพัฒนา มันได้ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงถ่ายทอดความรู้สึก เรื่องราว และวัฒนธรรมของมนุษยชาติมาอย่างยาวนาน และจะยังคงอยู่เคียงข้างเสียงเพลงในใจของผู้คนตลอดไป

View Stats