ซื้อกีตาร์ Martin มือหนึ่ง กับ มือสองหรือของนอกศูนย์ ต่างกันยังไง? เช็กอะไรบ้างก่อนจ่ายเงิน

กีตาร์ Martin รุ่นเดียวกัน จะซื้อมือหนึ่งจากตัวแทนจำหน่าย ซื้อมือสอง หรือซื้อของนอกศูนย์ ตัวกีตาร์อาจไม่ต่างกันเลย สิ่งที่ต่างกันจริงคือ ใครเป็นคนดูแลกีตาร์ตัวนั้นหลังการขาย ถ้ามีปัญหาขึ้นมา คุณจะเคลมกับใครได้ และต้องจ่ายเองแค่ไหน บทความนี้สรุปเรื่องที่ควรรู้ และสิ่งที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจ
ประกันของ Martin ไม่ได้ติดไปกับตัวกีตาร์
หลายคนเข้าใจว่า Martin แท้ทุกตัวมีประกันจากโรงงานติดมาด้วย แต่เงื่อนไขที่ Martin เขียนไว้เองต่างออกไป
• ประกันแบบ Limited Lifetime ของ Martin คุ้มครองเฉพาะเจ้าของคนแรก และโอนต่อไม่ได้
• ประกันนี้ใช้ได้เฉพาะกีตาร์ที่ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตในสหรัฐอเมริกาหรือแคนาดา
• Martin ไม่มีประกันแบบสากล ผู้ที่ซื้อนอกสหรัฐฯ ต้องติดต่อตัวแทนจำหน่ายของประเทศนั้น
(ที่มา: หน้า FAQ และเอกสาร Limited Lifetime Warranty บน martinguitar.com)
แปลง่ายๆ คือ กีตาร์มือสองจะไม่มีประกันของ Martin ติดมาด้วย และกีตาร์ที่หิ้วหรือนำเข้าเองจากต่างประเทศ ก็ไม่มีตัวแทนในไทยรับเคลมให้
ในไทย ใครเป็นคนดูแลประกัน
ตัวแทนจำหน่าย Martin อย่างเป็นทางการในประเทศไทยคือ Music Collection (Music Collection and Guitar Room) เป็นตัวแทนมาตั้งแต่ปี 2003
Guitar Room by Music Collection
กีตาร์ที่ซื้อจากร้านได้รับประกันจากตัวแทนในไทย เคลมได้ที่สาขาโดยไม่ต้องส่งกีตาร์กลับต่างประเทศ และระบบไฟฟ้ารับประกัน 1 ปี
ส่วนกีตาร์มือสองและของนอกศูนย์ ร้านไม่รับเคลมประกัน เพราะร้านดูแลเฉพาะลูกค้าที่ซื้อกับร้าน แต่ยังนำกีตาร์มาให้ร้านตรวจเช็กได้ โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เทียบกันให้ชัด
• มือหนึ่งจากตัวแทนในไทย: มีประกันจากตัวแทน ระบบไฟฟ้ารับประกัน 1 ปี เคลมได้ที่สาขา ตรวจเช็กฟรีตลอดอายุการใช้งาน (ไม่รวมค่าสาย) และเซ็ตอัพฟรีก่อนรับกีตาร์
• มือสอง: ไม่มีประกันในไทย นำมาตรวจเช็กที่ร้านได้โดยมีค่าใช้จ่าย ส่วนการเซ็ตอัพขึ้นอยู่กับผู้ขาย
• ของนอกศูนย์: ไม่มีประกันในไทยเช่นกัน นำมาตรวจเช็กที่ร้านได้โดยมีค่าใช้จ่าย
ถ้ายังอยากซื้อมือสองหรือของนอกศูนย์ เช็ก 5 อย่างนี้ก่อน
1. ดู Serial Number: Martin สลักหมายเลขซีเรียลและชื่อรุ่นไว้ที่ neck block มองผ่านช่องเสียงไปทางคอกีตาร์จะเห็น
2. เอาเลขไปเทียบปีผลิต: หน้า Serial Number Lookup ของ Martin บอกปีผลิตจากเลขซีเรียลได้ ถ้าปีไม่ตรงกับรุ่นหรือไม่ตรงกับที่ผู้ขายบอก ให้ถามให้ชัดก่อน
3. ถามว่าซื้อมาจากไหน มีใบเสร็จไหม: ประกันโอนต่อไม่ได้ก็จริง แต่ที่มาของกีตาร์บอกอะไรได้หลายอย่าง
4. ให้คนที่ไม่ใช่ผู้ขายช่วยตรวจ: Martin เองแนะนำให้ใช้ผู้เชี่ยวชาญอิสระตรวจกีตาร์มือสองก่อนซื้อ
5. ดูอาการจากความชื้น: ไม้หน้าบวม คอโก่ง สะพานสายยกตัว ไบดิ้งหลุด แลคเกอร์ร่อนหรือเป็นฟอง ในเมืองไทยกีตาร์เจอทั้งอากาศชื้นข้างนอกและอากาศแห้งในห้องแอร์สลับกันทุกวัน อาการเหล่านี้จึงพบได้บ่อยในกีตาร์ที่ผ่านมือมาแล้ว
มือหนึ่งจากตัวแทน ได้อะไรมากกว่าแค่ประกัน
• เซ็ตอัพก่อนส่งมอบฟรี รอรับกลับบ้านได้ในวันเดียว
• ตรวจเช็กฟรีตลอดอายุการใช้งาน (ไม่รวมค่าสาย)
• ตรวจ 5 ขั้นตอนก่อนส่งมอบ: ตรวจรับและยืนยันตัวกีตาร์ ตรวจโครงสร้างและสภาพไม้ เซ็ตอัพให้เล่นง่าย ตรวจระบบไฟฟ้า (รุ่นที่มีปิ๊กอัพ) และทำความสะอาดพร้อมส่งมอบเอกสาร
• โกดังและหน้าร้านควบคุมความชื้น 24 ชั่วโมง กีตาร์ไม่ได้ผ่านอากาศร้อนชื้นก่อนถึงมือคุณ
สรุป
ถ้างบเท่ากัน คำถามที่ควรถามตัวเองไม่ใช่ "ตัวไหนถูกกว่า" แต่เป็น "ถ้ามีปัญหา ใครดูแล" กีตาร์มือสองหรือของนอกศูนย์อาจคุ้มสำหรับคนที่ตรวจเป็นและพร้อมจ่ายค่าซ่อมเอง ส่วนคนที่อยากได้ความแน่นอน มือหนึ่งจากตัวแทนในไทยคือทางที่มีคนรับผิดชอบชัดเจน