Ervin Somogyi: บิดาแห่งกีตาร์โปร่งยุคใหม่ และตำนานช่างทำกีตาร์ระดับโลก

เรื่องราวของชายผู้เปลี่ยน "ไม้" ให้กลายเป็น "งานศิลปะที่มีชีวิตและเสียงดนตรี"

หากกล่าวถึงวงการช่างทำกีตาร์ระดับโลก (Luthier) ชื่อของ Ervin Somogyi (เออร์วิน โซโมจิ) ย่อมถูกยกย่องไว้ในระดับ "ปรมาจารย์แห่งปรมาจารย์" เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้สร้างสรรค์กีตาร์โปร่งสายเหล็ก (Steel-string Acoustic Guitar) ที่มีราคาสูงระดับหลักล้านบาทเท่านั้น แต่เขาคือผู้ปฏิวัติแนวคิดการออกแบบเสียงกีตาร์ และเป็นช่างทำกีตาร์คนแรกๆ ที่นำหลักวิทยาศาสตร์และศิลปะมารวมกันจนเกิดคำว่า "Responsive Guitar"

ชีวิตวัยเด็กและการเดินทางที่ไร้พรมแดน

Ervin Somogyi เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1944 ที่เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ชีวิตในวัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยการย้ายถิ่นฐาน เนื่องจากครอบครัวต้องลี้ภัยสงครามและการเมือง เขาเติบโตและผ่านการใช้ชีวิตในหลายประเทศ ทั้งออสเตรีย อังกฤษ คิวบา ก่อนที่จะย้ายมาตั้งรกรากที่สหรัฐอเมริกา

การเดินทางข้ามวัฒนธรรมนี้เองที่หล่อหลอมให้เขาเป็นคนมองโลกในมุมมองที่กว้างขวาง สมองของเขาเปิดรับงานศิลปะ ภาษา และวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยเขาจบการศึกษาด้านวรรณคดีอังกฤษจาก University of California, Berkeley และเคยเข้าร่วมองค์การ Peace Corps ไปทำงานช่วยเหลือชุมชนในประเทศเปรูอีกด้วย

จุดเริ่มต้นบนเส้นทางช่างทำกีตาร์ (Luthier)

ในยุค 1970s Somogyi ไม่เคยได้รับการฝึกฝนให้เป็นช่างไม้หรือช่างทำกีตาร์มาก่อน จุดเริ่มต้นของเขาเกิดจากความหลงใหลในเสียงดนตรีและความต้องการมีกีตาร์ดีๆ สักตัว แต่ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อ เขาจึงตัดสินใจซื้อหนังสือเกี่ยวกับการทำกีตาร์คลาสสิกมาอ่าน และเริ่มลงมือสร้างกีตาร์ตัวแรกด้วยตัวเองในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ

"ผมไม่ได้เริ่มต้นจากการอยากเป็นช่างทำกีตาร์มืออาชีพ ผมแค่อยากสร้างเครื่องดนตรี และอยากรู้ว่าเสียงของมันเกิดขึ้นได้อย่างไร" — Ervin Somogyi

เขาใช้เวลาหลายปีในการศึกษาด้วยตนเอง (Self-taught) ลองผิดลองถูก และย้ายจากการทำกีตาร์คลาสสิกมาสู่การทำ กีตาร์โปร่งสายเหล็ก (Steel-string Guitar) ซึ่งในยุคนั้น กีตาร์สายเหล็กส่วนใหญ่ถูกสร้างโดยโรงงานอุตสาหกรรม (เช่น Martin หรือ Gibson) ที่เน้นความแข็งแรงทนทานมากกว่าคุณภาพเสียงที่ละเอียดอ่อน

ปฏิวัติวงการด้วยแนวคิด "Responsive Guitar"

สิ่งที่ทำให้ Ervin Somogyi แตกต่างจากช่างคนอื่นในยุคนั้น คือการที่เขานำเทคนิคการจูนเสียงแผ่นไม้หน้า (Soundboard Voicing) จากกีตาร์คลาสสิกมาประยุกต์ใช้กับกีตาร์สายเหล็ก

เขาปฏิเสธแนวคิดที่ว่า "กีตาร์เป็นเพียงกล่องไม้ที่ใส่สาย" แต่เขามองว่า ไม้หน้าของกีตาร์คือ "ไดอะแฟรม" (Membrane) ที่ต้องมีความไวต่อการสั่นสะเทือน Somogyi ใช้มือสัมผัส เคาะ และเกลาไม้ทุกชิ้นด้วยความละเอียดระดับมิลลิเมตร เพื่อให้ไม้ตอบสนองต่อการดีดเพียงเบาๆ แต่ให้ไดนามิกเสียงที่กว้าง ลึก และมีมิติ

เอกลักษณ์เสียงในแบบ Somogyi:

  • Dynamic Range ที่กว้างมาก: เล่นเบาเสียงก็ชัด เล่นแรงเสียงก็ไม่พร่ามัว
  • Harmonic Richness: เสียง overtone ที่อบอวล มิติเสียงซับซ้อนคล้ายเปียโน
  • Responsiveness: ตอบสนองต่อสัมผัสของนิ้วมือได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับนักกีตาร์สไตล์ Fingerstyle เป็นอย่างยิ่ง

ศิลปะบนตัวเรือนกีตาร์ (Aesthetic & Wood Carving)

นอกจากเรื่องเสียงแล้ว Somogyi ยังเป็นศิลปินงานแกะสลักไม้ (Carving) และงานศิลปะนามธรรม (Abstract Art) ผลงานกีตาร์ของเขาจึงมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่วงซาวด์โฮล (Rosette) และหัวกีตาร์ (Headstock) ที่มักจะใช้เทคนิคการตัดต่อไม้ (Wood Inlay) เป็นลวดลายเรขาคณิตหรือลายเส้นทางศิลปะที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน กีตาร์ของเขาจึงถูกยกย่องว่าเป็น **"งานศิลปะที่เล่นดนตรีได้"**

มรดกทางปัญญาและการถ่ายทอดวิชา

Ervin Somogyi ไม่ได้เก็บงำความรู้ไว้กับตัวเอง เขาสร้างมรดกอันยิ่งใหญ่ให้แก่วงการทำกีตาร์ผ่าน 2 ช่องทางหลัก:

  1. หนังสือตำราการทำกีตาร์: เขาเป็นผู้เขียนหนังสือ "The Responsive Guitar" และ "Making the Responsive Guitar" ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น "คัมภีร์ไบเบิล" ของช่างทำกีตาร์ยุคใหม่ทั่วโลก
  2. ลูกศิษย์ในสถาบัน (Apprenticeship Program): เขาเปิดรับลูกศิษย์มาฝึกงานในเวิร์กช็อปของเขาที่เมือง Berkeley รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งลูกศิษย์ของเขาลูกหม้อ Somogyi ต่างเติบโตไปเป็นช่างทำกีตาร์ระดับท็อปของโลกในปัจจุบัน เช่น Matsuda Guitars, Kraut Guitars, Kostal Guitars, และ Matsuda Guitars เป็นต้น

บทสรุป

ปัจจุบัน แม้ Ervin Somogyi จะมีอายุเข้าสู่วัย 80 ปีแล้ว แต่เขายังคงสร้างสรรค์ผลงานอยู่ในเวิร์กช็อปอย่างต่อเนื่อง กีตาร์ของเขามีคิวสั่งทำล่วงหน้านานหลายปี และมีราคาเริ่มต้นหลักสิบพันดอลลาร์สหรัฐ (หลักล้านบาทไทย)

ชีวิตและงานของ Ervin Somogyi คือข้อพิสูจน์ว่า **"ความประณีต ปรัชญา และความเข้าใจในธรรมชาติของวัสดุ สามารถยกระดับงานช่างฝีมือให้กลายเป็นมรดกทางศิลปะของมนุษยชาติได้อย่างแท้จริง"**

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติประวัติของ Ervin Somogyi ปรมาจารย์ Luthier แห่งยุคสมัย