ปิ๊คอัพกีต้าร์โปร่งมีกี่ยี่ห้อ? เจาะลึกแบรนด์ยอดฮิต พร้อมข้อดี-ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
สำหรับมือกีตาร์โปร่งที่ต้องการขยายเสียงออกลำโพงหรือเวทีใหญ่ การเลือก "ปิ๊คอัพกีต้าร์โปร่ง" (Acoustic Guitar Pickup) ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะกำหนดเนื้อเสียงของคุณเลยก็ว่าได้ แต่ในตลาดปัจจุบันมีปิ๊คอัพให้เลือกมากมายจนหลายคนสงสัยว่า "ปิ๊คอัพกีต้าร์โปร่งมีกี่ยี่ห้อ และแต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร?"
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับยี่ห้อปิ๊คอัพกีต้าร์โปร่งตัวท็อปในตลาด พร้อมเจาะลึกข้อดีและข้อเสียของแต่ละยี่ห้อ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่เหมาะกับกีตาร์และสไตล์การเล่นของคุณมากที่สุดครับ
ลิสยี่ห้อปิ๊คอัพกีต้าร์โปร่งยอดฮิต พร้อมข้อดี-ข้อเสีย
1. L.R. Baggs (สหรัฐอเมริกา) - เจ้าแห่งความธรรมชาติ
หนึ่งในแบรนด์ระดับท็อปของโลกที่ขึ้นชื่อเรื่องการให้เสียงเนื้อไม้ที่เป็นธรรมชาติที่สุด มักถูกติดตั้งในกีตาร์แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Gibson หรือ Lakewood
✓ ข้อดี:
- ให้เนื้อเสียงที่เป็นธรรมชาติ สมจริง เหมือนเสียงเปล่าของกีตาร์มากที่สุด (โดยเฉพาะรุ่น Anthem และ HiFi)
- เทคโนโลยีไมโครโฟนผสมคอนเดนเซอร์เก็บรายละเอียดการเล่นและน้ำหนักนิ้วได้ดีเยี่ยม
- งานประกอบพรีเมียม ทนทาน อุปกรณ์มาตรฐานสูง
✕ ข้อเสีย:
- ราคาสูงมาก (เริ่มต้นประมาณ 5,000 - 12,000+ บาท)
- บางรุ่นที่ใช้ไมค์เยอะ อาจเกิดเสียงหอน (Feedback) ได้ง่ายหากเล่นในวงดนตรีที่ดังมากๆ
2. Fishman (สหรัฐอเมริกา) - มาตรฐานวงการดนตรี
แบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ถูกนำไปติดตั้งเป็นปิ๊คอัพโรงงานให้กับกีตาร์แบรนด์ดังมากมาย เช่น Martin, Taylor (ยุคเก่า), Cort และ Crafter
✓ ข้อดี:
- มีรุ่นให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น
- เสียงพุ่ง คมชัด ตัดผ่านเสียงเครื่องดนตรีชิ้นอื่นในวงได้ดีเยี่ยม (Suitable for Live Band)
- ทนทาน อะไหล่หาง่าย ช่างในไทยคุ้นเคยกับการติดตั้งเป็นอย่างดี
✕ ข้อเสีย:
- รุ่น Piezo ราคาประหยัด อาจมีเสียงสังเคราะห์แบบพลาสติก (Quack Sound) ค่อนข้างชัด
- ของเลียนแบบ (ของปลอม) ในตลาดมีเยอะมาก ต้องระวังในการเลือกซื้อ
3. K&K Sound (สหรัฐอเมริกา) - ขวัญใจสายเนื้อไม้และพาสซีฟ
แบรนด์ดั้งเดิมที่โด่งดังจากรุ่น Pure Mini ซึ่งเป็นปิ๊คอัพประเภท Transducer (แปะใต้สะพานสาย) ที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่
✓ ข้อดี:
- ไม่ต้องใส่ถ่าน (Passive System) น้ำหนักเบา ไม่ทำให้โครงสร้างกีตาร์เสียสมดุล
- ให้เสียงมีความอุ่น (Warm) และเป็นธรรมชาติสูง สะท้อนเสียงไม้หน้าและไม้ข้างได้ดี
- ไม่มีส่วนประกอบขวางทาง Saddle จึงไม่ส่งผลเสียต่อเสียงเปล่าของกีตาร์
✕ ข้อเสีย:
- ติดตั้งยาก ต้องใช้ความชำนาญในการติดกาวใต้สะพานสายให้ถูกตำแหน่ง
- สัญญาณอาจจะเบากว่าแบบ Active จึงมักจะต้องต่อผ่าน Preamp นอกเพิ่มเติม
4. Seymour Duncan (สหรัฐอเมริกา) - โดดเด่นเรื่อง Magnetic Pickup
แม้จะโด่งดังมาจากปิ๊คอัพกีตาร์ไฟฟ้า แต่ปิ๊คอัพกีตาร์โปร่งของพวกเขาก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน โดยเฉพาะรุ่น Soundhole (หนีบรูซาวด์โฮล) เช่น Woody หรือ Mag Mic
✓ ข้อดี:
- ติดตั้งง่ายมาก หลายรุ่นแค่วางหนีบไว้ที่รูซาวด์โฮล เสียบสายใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเจาะกีตาร์
- ทนต่อเสียงหอน (Feedback Resistance) ได้ดีเยี่ยม เหมาะกับการเล่นเวทีใหญ่
- ให้เสียงย่านเบสและนวลหนาตามสไตล์ Magnetic
✕ ข้อเสีย:
- เนื้อเสียงจะมีความเป็น "ไฟฟ้า" ผสมอยู่บ้าง ไม่ใช่เสียงธรรมชาติของกีตาร์โปร่ง 100%
- ตัวปิ๊คอัพบดบังความสวยงามของรูซาวด์โฮล
5. Skysonic (ญี่ปุ่น/จีน) - คุ้มค่า ฟังก์ชั่นครบในราคาประหยัด
แบรนด์มาแรงในฝั่งเอเชีย เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด แต่ต้องการระบบปิ๊คอัพแบบ Dual Source (สองระบบในตัวเดียว)
✓ ข้อดี:
- ราคาเข้าถึงง่ายมาก (ประมาณ 1,500 - 4,000 บาท)
- มีฟังก์ชั่นผสมเสียง (Magnetic + Microphone) ในราคาประหยัด เหมาะกับสาย Fingerstyle / Percussive
- ติดตั้งง่าย มีทั้งแบบเจาะและไม่เจาะบอดี้
✕ ข้อเสีย:
- ความทนทานและคุณภาพวัสดุยังเป็นรองแบรนด์ฝั่งอเมริกา
- ย่านเสียงบางย่านอาจจะไม่ละมุนเท่าแบรนด์ไฮเอนด์
6. Shadow Electronics (เยอรมนี) - นวัตกรรมและความแม่นยำ
แบรนด์เก่าแก่จากเยอรมนี ผู้นำด้านนวัตกรรมระบบปิ๊คอัพ มักพบในกีตาร์ Epiphone หรือกีตาร์ฝั่งยุโรป
✓ ข้อดี:
- เทคโนโลยี Nanoflex ให้การรับสัญญาณสายกีตาร์แต่ละสายได้อย่างบาลานซ์ (Balance) เท่ากันเป๊ะ
- เสียงมีความคมชัด ใสClean เหมาะกับเพลงที่ต้องการรายละเอียดสูง
✕ ข้อเสีย:
- หาซื้อยากในประเทศไทย (ส่วนใหญ่มาพร้อมตัวกีตาร์)
- ตัวแทนจำหน่ายและอะไหล่สำรองมีน้อย
สรุป: เลือกยี่ห้อไหนดีให้เหมาะกับคุณ?
- เน้นเสียงธรรมชาติที่สุด / งบไม่จำกัด: เลือก L.R. Baggs (รุ่น Anthem หรือ HiFi) หรือ K&K Sound
- เน้นเล่นกับวงดนตรี / ลุยงานกลางคืน / ลุยเวที: เลือก Fishman (รุ่น Matrix Infinity หรือ Rare Earth)
- เน้นไม่อยากเจาะกีตาร์ / ถอดเข้าออกง่าย: เลือก Seymour Duncan หรือ Skysonic (รุ่น Soundhole)
- เน้นสาย Fingerstyle เคาะตัวบอดี้ / งบน้อย: เลือก Skysonic (รุ่น T-902 หรือ A-710)
*คำแนะนำเพิ่มเติม:* นอกจากยี่ห้อแล้ว การติดตั้งที่ถูกต้องโดยช่างผู้ชำนาญการก็มีผลต่อคุณภาพเสียงถึง 50% ดังนั้นควรเลือกร้านและช่างที่มีประสบการณ์ด้วยครับ