เจาะลึกปิ๊กอัพกีตาร์ไฟฟ้า DiMarzio: มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นต่างกันยังไง? (พร้อมตารางเปรียบเทียบ)
หากพูดถึงแบรนด์ปิ๊กอัพกีตาร์ไฟฟ้าระดับตำนานที่เป็นผู้บุกเบิกตลาด Aftermarket Pickups (ปิ๊กอัพสำหรับเปลี่ยนเพื่อโมดิฟายด์) ชื่อของ DiMarzio ย่อมอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกเสมอ นับตั้งแต่ก่อตั้งโดย Larry DiMarzio ในช่วงยุค 1970s แบรนด์นี้ได้สร้างแรงบันดาลใจและขุมพลังเสียงให้กับมือกีตาร์ระดับโลกมากมาย เช่น Steve Vai, Joe Satriani, John Petrucci และ Paul Gilbert
สำหรับคำถามที่ว่า "DiMarzio มีกี่รุ่น?" คำตอบคือ มีมากกว่า 100 รุ่น! แบ่งตามประเภท รูปทรง และโทนเสียง แต่ถ้าเราจัดกลุ่มตามลักษณะการใช้งานและคาแรกเตอร์เสียง จะสามารถแบ่งออกเป็น **4 กลุ่มหลัก** เพื่อให้เข้าใจและเลือกซื้อง่ายขึ้นครับ
1. การแบ่งหมวดหมู่ปิ๊กอัพ DiMarzio ตามคาแรกเตอร์เสียง
1.1 กลุ่ม High-Output (แรง ดุดัน พุ่งทะลุมิกซ์)
เป็นกลุ่มปิ๊กอัพที่ให้สัญญาณแรง เหมาะกับเพลง Rock, Hard Rock, Heavy Metal ไปจนถึง Djent ให้เสียงแตก (Gain) ที่หนา พุ่ง และไม่พร่ามัว
- Super Distortion (DP100): รุ่นตำนานที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์กีตาร์ ให้เสียงย่าน Mid ที่หนา และเป็นปิ๊กอัพ High-Output รุ่นแรกของโลก
- Evolution (DP158/DP159): รุ่น Signature ของ Steve Vai เสียงพุ่ง คมชัดทุกโน้ต แม้จะเล่นด้วยความเร็วสูง
- D Activator / D Activator X: ออกแบบมาให้มีคาแรกเตอร์คล้ายปิ๊กอัพ Active (ใส่ถ่าน) แต่เป็น Passive มีความคมชัด ย่านเบสแน่น กระชับ
1.2 กลุ่ม Medium-Output (กว้าง ยืดหยุ่น ตอบสนองน้ำหนักมือได้ดี)
กลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดเพราะเล่นได้ครอบคลุมหลายแนว ตั้งแต่ Pop, Blues, Fusion ไปจนถึง Rock เสียงไม่แรงเกินไป ทำให้เก็บรายละเอียดการดีดได้ดีมาก
- Tone Zone (DP155): ปิ๊กอัพตำแหน่ง Bridge ที่ให้เสียงเบสและย่านกลางที่หนาสุดๆ เหมาะกับกีตาร์ที่เสียงบาง หรือต้องการความอบอุ่นของเสียง
- PAF Pro (DP151): ให้เสียงสไตล์วินเทจแต่ปรับให้มี Output สูงขึ้น เลเยอร์เสียงชัดเจน เหมาะทั้งตำแหน่ง Neck และ Bridge
- Air Norton (DP193): ปิ๊กอัพตำแหน่ง Neck ยอดนิยมตลอดกาล ให้เสียงที่หวาน ละมุน ซัสทีนยาว และไม่เบลอ
1.3 กลุ่ม Vintage / Low-Output (วินเทจ คลีนใส คลาสสิกร็อก)
เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงกีตาร์ทรงคลาสสิก ยุค 50s-70s ให้ความเป็นธรรมชาติ ไดนามิกสูง เสียงคลีนใส กังวาน
- PAF Master / PAF 59: จำลองเสียงปิ๊กอัพ PAF ยุคเก่า ให้ความอบอุ่น นุ่มนวล ตอบสนองการเล่นสไตล์ Blues และ Classic Rock ได้สมบูรณ์แบบ
- Air Classic: ใช้เทคโนโลยี Airbuckler ลดแรงดึงดูดของแม่เหล็ก ทำให้สายสั่นได้อย่างอิสระ ให้เสียงคล้ายปิ๊กอัพยุค 50s แต่ควบคุมง่ายกว่า
1.4 กลุ่ม Single-Coil & Hum-Canceling (ซาวด์สแตรท ไร้เสียงจี่)
DiMarzio ขึ้นชื่อมากในการทำปิ๊กอัพขนาด Single-coil ที่ไม่มีเสียงจี่ (Noise-free) รวมถึงปิ๊กอัพขนาดเท่า Single-coil แต่ไส้ในเป็น Humbucker (Single-coil sized Humbucker)
- Area Series (Area 58, 61, 67): ถอดแบบเสียง Stratocaster ยุคคลาสสิก แต่ไร้เสียงรบกวน 60Hz Hum 100%
- The Cruiser (DP186/DP187): ปิ๊กอัพที่ Andy Timmons ใช้ ให้เสียงแบบ Single-coil ที่มีมวลหนาขึ้นนิดหน่อย และไม่มีเสียงจี่
- Fast Track 1 / Pro Track / Tone Zone S: ปิ๊กอัพ Humbucker ในคราบ Single-coil สำหรับผู้ที่ใช้กีตาร์ทรง Strat แต่ต้องการเสียงแรงแบบ Les Paul
2. ตารางเปรียบเทียบปิ๊กอัพ DiMarzio รุ่นยอดนิยม
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน นี่คือการเปรียบเทียบข้อดี คาแรกเตอร์ และแนวเพลงที่เหมาะสมของรุ่นฮิตในตลาด:
| ชื่อรุ่น (Model) | ประเภท / ตำแหน่ง | ชนิดแม่เหล็ก | ระดับ Output | คาแรกเตอร์เสียง & แนวเพลงที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|---|
| Super Distortion (DP100) | Humbucker (Bridge) | Ceramic | High (425 mV) | หนา ดุดัน ย่าน Mid เด่นมาก เหมาะกับ Hard Rock, Heavy Metal ยุค 80s |
| Tone Zone (DP155) | Humbucker (Bridge) | Alnico 5 | High (375 mV) | เบสหนามากๆ เสียงอุ่น มีมวล ย่านกว้าง เหมาะกับ Rock, Hard Rock, Fusion |
| Air Norton (DP193) | Humbucker (Neck) | Alnico 5 | Medium (270 mV) | เสียงนุ่ม หวาน ไดนามิกดีมาก ไม่พร่ามัว เหมาะกับ Solo กีตาร์, Jazz, Rock |
| PAF Pro (DP151) | Humbucker (Neck/Bridge) | Alnico 5 | Medium (300 mV) | โปร่ง คลีนใส มีเอกลักษณ์ ตอบสนองดีเยี่ยม เหมาะกับ Pop, Rock, Progressive |
| Evolution Bridge (DP159) | Humbucker (Bridge) | Ceramic | High (404 mV) | คมกริบ เสียงพุ่ง คัตผ่านมิกซ์ได้ดี เล่นความเร็วสูงชัดทุกโน้ต (Steve Vai Signature) |
| Illuminator (DP257) | Humbucker (Bridge) | Ceramic | High (410 mV) | กระชับ คมชัด เคลียร์ทั้งเสียงคลีนและเสียงแตกหนักๆ (John Petrucci Signature) |
| Area 61 (DP416) | Single-Coil (Neck/Middle) | Alnico 2 | Low-Medium (142 mV) | เสียง Strat ยุค 60s แท้ๆ ไร้เสียงจี่ สว่าง กังวาน เหมาะกับ Blues, Pop, Funk |
| The Cruiser (DP186) | Single-Coil Size (Neck) | Ceramic | Low-Medium (140 mV) | ผสมผสานความใสแบบ Single-coil กับความอุ่นแบบ Humbucker (Andy Timmons) |
3. ชนิดแม่เหล็กของ DiMarzio ส่งผลต่อเสียงอย่างไร?
ในการเลือกซื้อปิ๊กอัพ DiMarzio อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ชนิดของแม่เหล็ก (Magnet) ที่ใช้:
- Ceramic: ให้สัญญาณแรง ตอบสนองย่าน High ที่พุ่งคม เบสกระชับ เหมาะกับเพลงที่ใช้เสียงแตกหนักๆ (Metal / Shredding)
- Alnico 5: ให้เสียงที่มีไดนามิก มีความPunchy (พุ่งแบบมีมวล) เบสแน่น ย่านแหลมกำลังดี เหมาะกับ Rock, Blues, Pop
- Alnico 2 / Alnico 3: ให้ Output ที่เบากว่า มีความอุ่น นุ่มนวล ไดนามิกสูงมาก ตอบสนองตามน้ำหนักการดีดได้ดีที่สุด เหมาะกับแนว Vintage, Blues, Jazz
สรุป: เลือกปิ๊กอัพ DiMarzio อย่างไรให้เหมาะกับคุณ?
การเลือกปิ๊กอัพ DiMarzio ไม่มีรุ่นที่ "ดีที่สุด" มีแต่รุ่นที่ "เหมาะที่สุด" กับกีตาร์และสไตล์การเล่นของคุณ:
- ถ้ากีตาร์ของคุณเสียงบาง/แหลมเกินไป: แนะนำรุ่นที่ย่านเบสและกลางหนา เช่น Tone Zone หรือ Air Norton
- ถ้าต้องการเล่นเพลงหนักๆ คลีนโน้ตชัดๆ: แนะนำรุ่นแม่เหล็ก Ceramic สัญญาณแรง เช่น Super Distortion, Evolution หรือ Illuminator
- ถ้าชอบเสียง Stratocaster แต่รำคาญเสียงจี่: แนะนำตระกูล Area Series (Area 58 / 61)
- ถ้าชอบความยืดหยุ่น เล่นได้ทุกแนว: แนะนำคู่ยอดฮิตตลอดกาลอย่าง PAF Pro (Neck) + Tone Zone (Bridge) หรือ Air Norton (Neck) + Tone Zone (Bridge)