ประวัติ Mike Dawes: อัจฉริยะฟิงเกอร์สไตล์ ผู้เปลี่ยนกีตาร์โปร่งตัวเดียวให้เป็นวงดนตรีทั้งวง
จากเด็กหนุ่มผู้หลงรักเสียงดนตรี สู่หนึ่งในมือกีตาร์ อะคูสติก ฟิงเกอร์สไตล์ (Acoustic Fingerstyle) ที่มีอิทธิพลและได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน
1. จุดเริ่มต้นและวัยเยาว์
ไมค์ ดอวส์ (Mike Dawes) เกิดเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 ที่เมืองแฮมป์เชียร์ ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มสนใจดนตรีตั้งแต่วัยเด็ก โดยเริ่มฝึกเล่นกีตาร์ไฟฟ้าก่อนเมื่ออายุได้ประมาณ 12 ปี ในช่วงแรกเขาได้รับอิทธิพลจากดนตรีร็อกและเมทัล ซึ่งฝึกฝนให้เขามีทักษะด้านจังหวะและความเร็วที่แม่นยำ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาได้รู้จักกับผลงานของมือกีตาร์ระดับตำนานอย่าง Michael Hedges, Pierre Bensusan และ Tommy Emmanuel ทำให้เขาค้นพบเสน่ห์ของ "อะคูสติก ฟิงเกอร์สไตล์" และเริ่มเปลี่ยนมามุ่งมั่นกับการเล่นกีตาร์โปร่งอย่างจริงจัง โดยพยายามเค้นศักยภาพของกีตาร์โปร่งออกมาให้ได้มากที่สุด
2. ก้าวสู่แสงไฟและปรากฏการณ์ระดับโลก (Viral Breakthrough)
ในปี ค.ศ. 2012 ชื่อของ Mike Dawes ได้กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อเขาปล่อยคลิปวิดีโอคัฟเวอร์เพลง "Somebody That I Used to Know" ของ Gotye ลงบน YouTube ภายใต้สังกัดค่ายเพลงดนตรีอะคูสติกชื่อดังอย่าง CandyRat Records
คลิปดังกล่าวกลายเป็นไวรัล มียอดชมหลายสิบล้านครั้งในเวลาอันรวดเร็ว สิ่งที่ทำให้ผู้ชมและนักดนตรีทั่วโลกต้องตะลึงคือ การที่เขาเล่นทั้งเมโลดี้ร้อง (Melody), เบสไลน์ (Bassline), คอร์ด (Chord) และเสียงกลอง (Percussion) ทั้งหมดสร้างขึ้นพร้อมกันจากกีตาร์โปร่งเพียงตัวเดียวโดยไม่มีการอัดลูป (Looping) หรือใช้เทปบันทึกเสียงช่วยแต่อย่างใด
3. สไตล์และเทคนิคการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์
สไตล์การเล่นของ Mike Dawes เรียกว่า "Modern Percussive Fingerstyle" ซึ่งเป็นการผสมผสานเทคนิคการเล่นกีตาร์ขั้นสูงหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน ได้แก่:
- Percussive Guitar: การใช้ฝ่ามือ นิ้ว หรือกำปั้นเคาะลงบนส่วนต่างๆ ของบอดี้กีตาร์เพื่อเลียนแบบเสียงกลองสแนร์และกระเดื่อง
- Tapping & Harmonics: การใช้นิ้วเคาะลงบนเฟรต (Two-handed tapping) ควบคู่กับการสร้างเสียงฮาร์โมนิกส์ที่ใสและกังวาน
- Altered Tunings: การปรับสายกีตาร์ในรูปแบบแปลกใหม่ที่ไม่ใช่มาตรฐาน เพื่อสร้างมิติเสียงที่แปลกใหม่และกว้างขึ้น
นอกจากนี้ เขายังทำงานร่วมกับช่างทำกีตาร์ชื่อดังอย่าง Andreas Cuntz เพื่อสร้างกีตาร์ลายเซ็น (Signature Guitar) ที่ติดตั้งระบบปิ๊กอัพพิเศษหลายตัว เพื่อดึงเสียงเคาะและเสียงโน้ตออกมาได้อย่างคมชัดที่สุดเมื่อแสดงสด
4. ผลงาน และการร่วมงานกับศิลปินระดับโลก
Mike Dawes มีผลงานอัลบั้มเดี่ยวที่ได้รับคำชมอย่างมาก เช่น What Just Happened? (2013) และ ERA (2017) ซึ่งมีทั้งเพลงออริจินัลและเพลงคัฟเวอร์อันเป็นเอกลักษณ์ เช่น เพลง "One" ของ Metallica และ "Jump" ของ Van Halen
นอกจากงานเดี่ยว เขายังได้รับเชิญให้ร่วมทัวร์คอนเสิร์ตและเล่นกีตาร์ให้กับศิลปินระดับตำนานมากมาย เช่น:
- Justin Hayward: นักร้องนำและมือกีตาร์แห่งวงระดับตำนาน The Moody Blues โดย Mike ได้รับหน้าที่เป็นมือกีตาร์หลักในทัวร์เดี่ยวของ Justin มายาวนานหลายปี
- Tommy Emmanuel: ปรมาจารย์ฟิงเกอร์สไตล์อันดับหนึ่งของโลก ซึ่งทั้งคู่ได้ออกทัวร์ร่วมกันและทำอัลบั้มคู่ผลงานเพลงคัฟเวอร์ในปี 2022
- การร่วมงานกับวงร็อก/เมทัลก้าวหน้า (Prog-Metal) เช่น Periphery และ Plini ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ก้าวข้ามพรมแดนทางดนตรี
5. บทสรุปและอิทธิพลต่อวงการดนตรี
Mike Dawes ถูกยกย่องจากนิตยสารดนตรีชั้นนำอย่าง Total Guitar และ Guitar World ให้เป็นหนึ่งในมือกีตาร์โปร่งที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน ไม่เพียงแต่ทักษะฝีมือระดับอัจฉริยะเท่านั้น แต่เขายังมีบุคลิกที่สนุกสนาน เป็นกันเอง และมีความสามารถในการเอนเตอร์เทนคนดูบนเวทีได้อย่างยอดเยี่ยม
ปัจจุบัน Mike Dawes ยังคงออกทัวร์แสดงสดไปทั่วโลก จัดเวิร์กช็อปสอนกีตาร์ และเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ของการเล่นกีตาร์โปร่ง